การเคลื่อนไหวเนื่องจากความเต่ง (Turgor Movement)
000000000000Phototropism  = ปลายยอด +  ปลายราก –
000000000000Geotropism = ปลายยอด - ปลายราก +
000000000000Hydrotropism = ปลายยอด - ปลายราก +
 

000000ความเต่งของเซลล์เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของน้ำภายในเซลล์ ซึ่งเป็นไปอย่างรวดเร็ว และกลับไปกลับมาไม่เหมือนกับการเคลื่อนไหวแบบการเจริญเติบโต ซึ่งเป็นอย่างช้าๆ และมักจะถาวร เรียกการเคลื่อนไหวที่เกิดจากความเต่งว่า Turgor Movement มีอยู่หลายแบบ คือ
 
000000Sleep Movement ได้แก่ การเคลื่อนไหวของใบพืชตระกูลถั่ว เช่น ก้ามปู ไมยราบ ผักกระเฉด แค มะขาม กระถิน และถั่วต่างๆ เมื่อถึงเวลาค่ำของพืชพวกนี้ จะหุบและก้านใบจะห้อยลง พอรุ่งเช้าได้รับแสงมาก ใบก็จะกางออกตามปกติ ที่เป็นเช่นนี้เพราะ ที่โคนก้านใบประกอบหรือก้านใบย่อยหรือทั้งสองอย่าง จะมีเซลล์ Parenchyma ที่เรียกว่า Pulvinus Cell ที่อมน้ำไว้มาก จึงทำให้มีลักษณะพองโตออกเล็กน้อย เรียกบริเวณนี้ว่า พัลวินัส (Pulvinus) เซลล์ Pulvinus นี้มีขนาดใหญ่และผนังเซลล์บางมีความไวต่อสิ่งเร้าที่มากระตุ้น เช่น การสัมผัส ความร้อน เป็นต้น เมื่อไม่มีแสงสว่าง จะมีผลทำให้เซลล์สูญเสียน้ำไปให้กับช่องว่างระหว่างเซลล์ที่อยู่ข้างเคียง และเป็นผลทำให้ใบหุบ เมื่อมีแสงสว่าง เซลล์จะได้รับน้ำจากเซลล์ข้างเคียง ก็จะเต่งขึ้น ใบก็จะกางออก
 
 
 
0
 
 00000
000000
Contact Movement เช่น ใบไมยราบ นอกจากจะหุบและกางตามปกติแล้ว ยังมีความรู้สึกไวต่อการสัมผัสด้วย ถ้าแตะเบาๆ ที่ใบเพียง 2-3 คู่ จะมีผลทำให้ใบทั้งด้านย่อยลู่หรือหุบเข้าหากันโดยเร็ว แต่ถ้ากระทบแรงๆ จะหุบหมดทั้งกิ่ง หรือทั้งต้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับห้อยต่ำลง แล้วจะกางออกใหม่
000000หลังจากนั้นประมาณ 10 นาที กลไกของการหุบและกางใบก็คล้ายๆ กับ Sleep Movement แต่เกิดขึ้นรวดเร็วกว่า คือ เมื่อมีการกระทบจะมีผลทำให้เซลล์ใน Pulvinus สูญเสียน้ำไปให้กับช่องว่างระหว่างเซลล์ที่อยู่ข้างเคียง ในทันทีทันใด และเป็นผลทำให้ใบหุบทันที พืชบางชนิด เช่น ต้นกาบหอยแครง จะมีขนที่ไวต่อความรู้สึกอยู่ทางด้านในของใบเมื่อแมลงบินมาถูก มันก็จะหุบใบทันที และจะปล่อยเอนไซม์ออกมาย่อยแมลง

Comment

Comment:

Tweet

Categories

Archives